Head of Technology & Data Business Development Service
Salary: ฿47,000 – ฿70,000 per month
คุณคือ Technology Product Owner (TPO) ที่มี Mindset เชิงธุรกิจ (Business Acumen) มีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบซื้อขายทองคำออนไลน์ (Trade & Savings) จนถึงการส่งมอบและดูแลระบบให้มีความเสถียร (Reliability) คุณจะเป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างธุรกิจ (Business), การตลาด (Digital Marketing Strategic), และทีมพัฒนา (Internal/Vendor) เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีของเราตอบโจทย์ธุรกิจและสร้างวัฒนธรรมการตัดสินใจด้วยข้อมูล (Data-Driven Culture)
Scope of Work (SOW): Head of Tech & Data Business Development
วัตถุประสงค์หลักของตำแหน่ง (Role Objective): เป็นสะพานเชื่อมระหว่างวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ (Business Goals) และการทำงานด้านเทคนิค (Technical Execution) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานของระบบมีเสถียรภาพ ปลอดภัย พร้อมรองรับการขยายตัว (Scalability) และสามารถใช้ Data มาขับเคลื่อนการตัดสินใจและการทำงานภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. System Reliability & Infrastructure Management (SA & Security)
ดูแลเสถียรภาพ โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยของระบบให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
1.1 Business Continuity Plan (BCP) & Disaster Recovery (DR) 2026:
ออกแบบและซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน (Failover/Backup Plan) เพื่อให้แอปพลิเคชันและฐานข้อมูลการซื้อขายทองคำสามารถกลับมาใช้งานได้ตามเกณฑ์ RTO/RPO (ระยะเวลาและข้อมูลที่ยอมรับความสูญเสียได้)
1.2 Vendor Management & SLA Control:
บริหารจัดการผู้ให้บริการภายนอก (Third-party Vendors, Cloud Providers, Payment Gateways)
กำหนดและควบคุม Service Level Agreement (SLA) ให้ได้ตามมาตรฐาน หากระบบของพาร์ทเนอร์ล่ม ต้องมีแผนสำรองและกระบวนการจัดการปัญหา (Escalation Process) ที่ชัดเจน
1.3 Proactive Monitoring & Incident Management:
วางระบบตรวจสอบสถานะการทำงานของเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชัน (APM & System Logging) แบบ Real-time
สร้าง Alert System เพื่อให้ทีม Tech รับรู้และแก้ไขปัญหาระบบหน่วงหรือล่มได้ทันทีก่อนที่ลูกค้าจะได้รับผลกระทบ
1.4 Cybersecurity & Compliance Structure 2026:
วางโครงสร้างความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
ตรวจสอบให้ระบบสอดคล้องกับมาตรฐานทางกฎหมาย เช่น PDPA, กระบวนการ e-KYC และ AML (Anti-Money Laundering) เพื่อความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ
2. Product Development & Agile Delivery (BA & PMO)
บริหารจัดการโครงการและวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ส่งมอบได้ตรงเวลาและตอบโจทย์ Business
2.1 Project Portfolio & Resource Management:
บริหารจัดการภาพรวมของโปรเจกต์เทคโนโลยีทั้งหมด (Project Pipeline) จัดสรรทรัพยากรบุคคลและงบประมาณให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ
2.2 Agile/Scrum Leadership (Sprint Management):
นำกระบวนการทำงานแบบ Agile มาใช้ บริหารจัดการ Sprint Planning, Backlog Grooming และ Retrospective เพื่อให้ทีมพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น
2.3 Issue Tracking & Defect Management (Ticket / PR Case):
จัดการวงจรชีวิตของปัญหา (Bug Tracking) ผ่านเครื่องมืออย่าง Jira/Trello
จัดลำดับความสำคัญ (Prioritization) ของคำร้องขอแก้ไขระบบ (PR/Tickets) โดยชั่งน้ำหนักระหว่างผลกระทบต่อลูกค้าและเวลาที่ต้องใช้ในการแก้ไข
2.4 Release & Timeline Optimization:
ควบคุมตารางเวลาการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Timeline Management) เพื่อให้มั่นใจว่าฟีเจอร์สำคัญจะถูกปล่อยออกสู่ตลาดตรงตามแผนการตลาด (Go-to-Market Strategy) โดยไม่กระทบกับคุณภาพของระบบ (Quality Assurance)
3. Data Strategy & Automation (Data Analytics & BI)
วางโครงสร้าง จัดการข้อมูล และนำระบบอัตโนมัติมาช่วยลดภาระงานของทีม
3.1 Data Architecture & Governance Plan 2026:
ออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล (Data Warehouse / Data Lake) ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูล (Single Source of Truth)
กำหนดสิทธิ์และมาตรฐานในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลและรักษาความถูกต้องของข้อมูล
3.2 Business Intelligence (BI) & Reporting Process:
พัฒนากระบวนการดึงข้อมูลและสร้าง Dashboard แบบ Real-time (เช่น ยอดพอร์ตลูกค้า, สภาพคล่อง, Net P/L) สำหรับทีมบริหาร (Executive Dashboard) เพื่อให้ตัดสินใจได้ทันท่วงที
3.3 Operational Excellence (Internal Process Improvement):
วิเคราะห์คอขวด (Bottlenecks) ในกระบวนการทำงานหลังบ้าน (เช่น ฝ่าย Reconcile, ฝ่ายบัญชี, Operation) และนำเทคโนโลยี/Data เข้ามาช่วยปรับปรุง Workflow ให้รวดเร็วและลดข้อผิดพลาด (Human Error)
3.4 Data Automation & AI Roadmap (2026 - 2029):
วางแผนระยะยาว 3 ปี ในการเปลี่ยนผ่านงานเอกสารและงานทำซ้ำ (Manual Tasks) สู่ระบบอัตโนมัติ (RPA)
เตรียมความพร้อมด้านข้อมูลเพื่อต่อยอดการใช้ Machine Learning/AI ในอนาคต (เช่น การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า หรือพยากรณ์ความต้องการสภาพคล่อง)ทางการเงิน
คุณสมบัติที่จำเป็น
ประสบการณ์ (Hard Requirement)
ประสบการณ์รวม 6 ปีขึ้นไป ในสายงานเทคโนโลยี โดยมีประสบการณ์ในบทบาท Technical Lead/Manager/System Analyst อย่างน้อย 2 ปีความรู้เฉพาะทาง (System Architecture)
เข้าใจหลักการออกแบบระบบที่ปรับขยายได้ (Scalability), API Design, Microservices และระบบ Cloud (AWS/GCP/Azure)Fintech/Trading Experience
มีความเข้าใจหรือประสบการณ์ตรงในการพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับ การเงิน/การลงทุน (Fintech), Online Trading, หรือ E-commerce ที่มีการทำธุรกรรมสูง (High-Transaction)Soft Skill/Leadership,Communication Bridge
สามารถสื่อสารและแปลงความต้องการทางธุรกิจที่ไม่ใช่เทคนิค ให้เป็นแผนงานและสถาปัตยกรรมระบบที่ชัดเจนให้ทีม Developer และ Vendor เข้าใจได้Data Mindset
เข้าใจการทำงานของ Data Analytics Tools และสามารถกำหนดโครงสร้าง Data เพื่อสนับสนุนการทำ Business Intelligence (BI)